5 สาเหตุ สโมสรฟุตบอล ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สะดุดล้มที่ ลอนดอน

0
19
ปีศาจแดง

พ่ายแพ้เป็นเกมแรกใน พรีเมียร์ลีก แล้วนะครับ สำหรับการทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลังพา สโมสรฟุตบอล ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด บุกไปพ่าย อาร์เซน่อล 0-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พร้อมเป็นการเสียสถิติแพ้นอกบ้านเป็นหนแรกของเจ้าตัวด้วย

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

สาเหตุหลัก สโมสรฟุตบอล ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แพ้ อาร์เซน่อล คืออะไรกันนะ

หลังจากเข้ามารับงานเกือบๆ 3 เดือน กุนซือชาวนอร์เวย์ ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม เพราะทำทีม แมนฯ ยูไนเต็ด พัฒนาตัวเองมาได้ถึงขนาดที่ว่าเล่นมาเกือบครบ 3 เดือนแล้วเพิ่งแพ้ในลีกเป็นเกมแรกก็วันนี้

อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนเองก็ยังคงมองเห็นว่าความผิดพลาดของทีมยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมรับหรือรุก แน่นอนเองว่า โซลชา ก็ต้องรู้เช่นกัน และมันดันมาพลาดเอาทั้งหมดในวันนี้ ประกอบกับการทำผลงานที่ยอดเยี่ยมของเจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ที่ทำได้สมกับเป็นทีมที่เก่งในบ้าน โดยเฉพาะเกมรับที่ขันกันมาเป็นพิเศษ

และนี่คือ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นในเกม สาเหตุที่ทำให้ ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด พบกับความพ่ายแพ้ในวันนี้

1.ตัวผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนยู

โซลชา ทำให้เห็นว่าเขามี 11 ผู้เล่นที่เขาชื่นชอบ และส่งลงเป็นประจำจริงๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวหลักของเขาหายเจ็บกลับมาพร้อมลงเล่นได้ ก็ไม่รีรอที่จะส่งไปวาดลวดลายบนสนามทันที ในเกมนี้ ได้ เนมานย่า มาติช กลับคืนมาจากอารการบาดเจ็บ พร้อมกับ ปอล ป็อกบา ที่โดนโทษแบนบอลยุโรปซึ่งแน่นอนว่า โซลชา ไม่รีรอที่จะส่งลงสนาม หากนักเตะผ่านความฟิต ส่วน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็นั่งสำรองรอโอกาส ต่อไป

แต่กลับกลายเป็นว่า 2 กองกลางนี้ กลับเล่นไม่ดีสักราย มาติช ก็ดูจะเชื่องช้า สกัดบอล, จ่ายบอลไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง แลดูเหมือนกับยังไม่ผ่านความฟิตยังไงชอบกล

ส่วน “เจ้าป็อก” นี่ก็ไม่รู้เอาความอยอดเยี่ยมของตัวเองไปไว้ไหน ปกติเขาจะไม่โดนคู่แข่งรุมกินโต๊ะง่ายๆ แม้จะเข้ามา 1 หรือ 2 คนขึ้นไป แต่เกมเมื่อคืนที่ผ่านมา แค่โดนบุกเข้ามากดดันหน้า-หลัง ก็เสียบอลในบางจังหวะแล้ว แถมยังประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมไม่ค่อยติดอีกต่างหาก

และนี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่น่าจดจำของ มาร์คัส แรชฟอร์ด การตัดสินใจต่างๆ ในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นการยิง, การจ่าย และการเลี้ยงบอล มันเกิดข้อผิดพลาดแทบจะทั้งหมด เรียกได้ว่าไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะความอันตรายในกรอบเขตโทษ ที่ โซลชา เคยกล่าวไว้ว่าดาวโรจน์รายนี้มีน้อยไปหน่อย


2.หัวใจในการเล่น

ปีศาจแดง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยังเกิดอาการแฮงค์ หรือเหลิงจากการบุกชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-1 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือเปล่า ที่เป็นสาเหตุให้พวกเขาเล่นกันไม่ออก ตั้งแต่เริ่มเกม ช่วง 15 นาทีแรก “ปีศาจแดง” แทบไม่ได้บอล พอเริ่มได้ครองบอล ก็เล่นกันช้า เหมือนไม่พร้อมที่จะลงสนามในเกมนี้ แถมยังจ่ายบอลกันผิดพลาด แม้ช่วงหลังจากเสียประตูแรก รวมถึงครึ่งหลัง พวกเขาจะเล่นกันได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีความเฉียบคมพอ มีทั้งเสาทั้งคาน

ถ้าให้เทียบกับหลายๆ เกมก่อนหน้า ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งนัดที่เหล่าพลพรรค “เร้ด เดวิลส์” ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยิ่งเป็นเกมใหญ่อย่างการเจอ อาร์เซน่อล มันไม่ได้ง่ายแน่นอน

ในมาตรฐานการเล่นแบบนี้ ถ้าเป็นการพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน หรือ ฟูแล่ม พวกเขาก็จะสามารถชนะเอาตัวรอดไปได้ แต่การมาเจอกับ “ปืนใหญ่” ที่อยู่ในฐานะทีมลุ้นท็อปโฟร์เหมือนกัน การเล่นแบบนี้ ไม่เพียงพอต่อการมีแต้ม


3.ดาบิด เดเคอา

ดาบิด เดเคอา

นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ เด เคอา เล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลจากเส้นปากประตู การตัดสินใจออกมาตัดลูกกลางอากาศ และที่สำคัญคือการเซฟ บ่อยครั้งที่เราจะได้เห็นเขามีลูกเซฟมหัศจรรย์ แต่ในเกมนี้ไม่ใช่

จริงอยู่ เกมนี้ อาร์เซน่อล นอกจากลูกที่ได้ประตู ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับ “เจ้าลามะ” สักเท่าไหร่ แต่จังหวะที่ควรเซฟได้ วันนี้เขากลับทำไม่ได้ ในลูกแรก กรานิต ชาก้า ยิงติดไซด์ก้อย บอลจากเสาแรกบิดไปเสาสอง เจ้าตัวกะจังหวะพลาด ขยับตัวเองมาเสาแรก โดยที่ไม่ระวังเสาสอง ก่อนจะปล่อยให้บอลผ่านตัวเข้าไป นายทวารชาวสเปน ได้แค่ยืนมองขาตาย

ในเกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นกันได้ไม่ดี หรือในบางเกมที่แนวรับเกิดความผิดพลาดในบางจังหวะ ยกตัวอย่างเกมกับ วัตฟอร์ด แน่นอน นั่นเป็นแมตช์ที่ “หงส์แดง” ถล่มสบาย 5-0 แต่ในรายละเอียดเกม มีหลายจังหวะที่ “แตนอาละวาด” ได้โอกาสยิงเหน่งๆ แต่ อลิสซง เบคเกอร์ ก็สามารถปัดป้องไว้ได้หมด หลายจังหวะนี่เหลือเชื่อด้วยซ้ำ

ซึ่งแน่นอนว่า เด เคอา ก็มีจังหวะแบบนั้นเหมือนกัน แต่ดันไม่เกิดขึ้นในเกมนี้เท่านั้นเอง ต้องขออภัยที่ยกตัวอย่างทีมคู่แข่งอย่าง “หงส์แดง” ซึ่งที่จะชี้แจงไม่ได้บอกว่า “หนูเด” ไม่ได้มีฝีมือด้อยกว่า อลิสซง แต่อย่างใด เพียงแต่ในเกมนี้ เขาทำได้ไม่ดีเหมือนเดิมเท่านั้นเอง

ขณะที่การเซฟจุดโทษ ยังคงเป็นจุดที่ด้อยที่สุดของเขา ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ไม่ได้เป็นคนยิงจุดโทษที่ดีอะไรมากมายเลย 5 ครั้งก่อนหน้า เจ้าตัวยิงไม่เข้าไปถึง 2 ลูก และจุดที่ยิงแต่ละครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เข้ามุมเลยสักครั้ง

และครั้วนี้ก็เช่นกัน ผมพยายามจะนั่งดูว่า โอบาเมยอง หลอกหน้าเท้าเพื่อให้ เด เคอา หลงหรือเปล่า แต่ก็ไม่ใช่เลย เหมือนจะหลอกไปอีกทางจริง แต่บอลที่ยิงไปมันไม่ได้เร็วขนาดที่ เด เคอา จะเซฟไม่ทัน และมันก็เกือบจะกลางประตูด้วยซ้ำ


4.โจนาธาน มอสส์

โจนาธาน มอสส์

ประตูที่สองของ อาร์เซน่อล ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเลยก็ว่าได้ เพราะการที่เจ้าบ้านได้จุดโทษ มันทำให้การตามตีเสมอของ “ปีศาจแดง” ยากขึ้นไปอีก โอกาสจะได้เพียงแต้มเดียวก็เป็นเรื่องยากขึ้นไปมากๆ และยิ่งเกมของทีมเยือน ไม่ได้ดูดีมากนักตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย

การตัดสินใจของ จอห์น มอสส์ ถือเป็นจุดสำคัญอยู่เหมือนกัน เพราะจังหวะ เฟร็ด เข้าไปสกัด อเล็กซองเดร ลากาแซ็ตต์ จากด้านหลังเอาจริงๆ ถ้ามองอย่างเป็นกลาง มันก็ต้องบอกว่าลูกนี้ค่อนข้างจะเบาเกินไปหน่อย

และการเข้าปะทะของ เฟร็ด ก็ไม่ได้รุนแรง หรือมีการกระทบกันที่ขาแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อว่าถ้ามี “วีเออาร์” กรรมการอาจจะเปลี่ยนคำตัดสินก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อ มอสส์ ได้ตัดสินใจออกไปแล้วว่ามันเป็นจุดโทษ ก็ต้องยอมรับกับมัน เหมือนที่นักเตะ “ปีศาจแดง” กับสตาฟฟ์โค้ช ก็ยอมรับผลของมันเช่นกัน

น่าเสียดายก็แต่กับ เฟร็ด นี่แหละครับ เขาเล่นได้ดีมากใน 2 เกมที่ผ่านมา ซึ่งในเกมกับ อาร์เซน่อล นี้ผมมองว่าเขาเล่นได้ดีที่สุดในทีมแล้ว แต่กลับมาโดนจุดโทษแบบนี้ ให้แฟนบอลที่ดูแต่ไฮไลท์เอามาด่าในโซเชีย


5.ความแข็งแกร่งของ อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล

ทัพ “ปืนใหญ่” ของ อูไน เอเมรี่ ทำผลงานกันได้อย่างดีมากๆ กุนซือชาวสเปน วางหมากแก้เกมจากการที่เปิดบ้านแพ้ในศึก เอฟเอ คัพ พวกเขาเตรียมพร้อมรับมือกับเกมรุกคู่แข่ง และยังมีหัวจิตหัวใจ ในการเข้ามาช่วยกันบดบังลูกยิงทีมเยือน โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล และ โซคราติส ทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก บวกกับความตั้งใจเล่นที่มากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้พวกเขาเก็บคลีนชีทได้ในเกมนี้

จะสังเกตได้ว่านักเตะ “ปืนใหญ่” ล้มลุกคลุกคลานแทนจะทุกคน ลงไปนอนกองกับพื้นให้ทีมแพทย์เข้ามาดูอาการกันก็หลายครั้ง มันไม่ได้เป็นแค่การถ่วงเวลาเพราะสกอร์นำอยู่ แต่มันเกิดจากการที่พวกเขาเข้าปะทะกับคู่ต่อสู้จริงๆ เห็นเกมรับของ อาร์เซน่อล แล้วก็นึกถึงเกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมที่บุกชนะ “เปแอสเช” อย่างไงอย่างงั้นเลย ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด หล่นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางเป็นที่เรียบร้อย และในสัปดาห์หน้า เชลซี มีคิวเตะ พรีเมียร์ลีก ขณะที่ ลูกทีมของ โซลชา จะต้องเล่นเกม เอฟเอ คัพ พบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งจะทำให้พวกเขามีโอกาสหล่นไปอยู่อันดับ 6 ทันที โดยมีโปรแกรมเตะเท่ากับ “สิงโตน้ำเงินคราม”

จริงอยู่ว่าการพ่ายแพ้ให้กับทีมใหญ่อย่าง อาร๋เซน่อล มันต้องเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่การที่พวกเขามาแพ้เอาในช่วงเวลานี้ มันทำให้การลุ้นท็อปโฟร์ของพวกเขา มันยากขึ้นไปอีก ด้วยแต้มด้วยโปรแกรมที่เหลือ

สิ่งที่กลายเป็นจุดด้อยของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคหลังนี้ คือการเก็บแต้มจากทีมท็อป 6 ด้วยกัน โซลชา ลงหวดกับทีมท็อปด้วยกัน เอาชนะได้หนึ่งนัด เสมอหนึ่ง และแพ้ไปในเกมล่าสุด เก็บได้ 4 คะแนน แต่ช่วงที่เป็น มูรินโญ่ เก็บได้แค่ 2 แต้มจากการเจอ 5 ทีม

เท่ากับว่าในฤดูกาลนี้ เหลือการพบกับทีมใหญ่อีก 2 นัด จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เพียง 6 แต้มจาก 24 นัดเท่านั้น ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องดีสักเท่าไหร่ แม้ว่าพวกเขาจะเก็บแต้มจากทีมรองลงไปได้มากในช่วงของ โซลชา ก็ตาม เพราะในสถานการณ์ที่มันไล่บี้กันอยู่แบบนี้ การได้แต้มจากคู่แข่ง มันค่อนข้างทำให้ทีมเป็นฝ่ายได้เปรียบเป็นอย่างมาก

สโมสรฟุตบอล ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็ต้องทำได้แค่หวังว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซน่อล และ เชลซี จะมีการสะดุดอีกต่อจากนี้ เหมือนที่เคยสะดุดมาเพราะถ้าไม่อย่างนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะอยู่ในอันดับที่ 6 ตามเดิม ทั้งๆ ที่ โซลชา เข้ามาทำให้ทีมดีขึ้นมากมายก่ายกองแล้วแท้ๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here