ทำอย่างไรดี … เห็นครอบครัวคนอื่นมีความสุขแล้วอิจฉา
เห็นครอบครัวคนอื่นมีความสุขแล้วอิจฉา ... อันนี้อันตรายค่ะ เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวคุณแล้วละค่ะ ... ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น
ทำไมเห็นคนอื่นมีความสุขแล้วคุณต้องไม่มีความสุขด้วยล่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำได้ง่ายที่สุด ... คือคนอื่นสุข ... คุณสุขด้วย แต่ถ้าคุณอิจฉาคนอื่น ... แสดงว่าคุณกำลังเป็นโรคทางจิตวิญญาณแล้ว!
ความอิจฉาจะทำให้ใจของคุณมืดบอด
และความมืดบอดทางจิตวิญญาณอย่างนี้ จะทำให้คุณไม่สามารถมีศักยภาพ ในการที่จะใช้ชีวิตของคุณถักทอกับสรรพชีวิตอื่น ๆ ได้อย่างงดงาม
กลับมาดูแลใจของคุณให้มีปัญญาในการจัดการ กับชีวิตของคุณที่จะเห็นคนอื่นมีความสุขแล้วคุณก็สุขด้วยดีกว่าค่ะ เมื่อใดก็ตามที่คุณเอาตัวของคุณไปเปรียบเทียบกับคนอื่น คุณก็จะทุกข์เพราะการเปรียบเทียบนั้น ครอบครัวคนอื่นที่คุณว่า อาจจะไม่ได้มีความสุขมากมายอะไรนัก เพียงแต่คุณ เอาครอบครัวของคุณไปเปรียบเทียบกับเขาเท่านั้นเอง
ถ้าคุณนำพาชีวิตของคุณให้เดินทางไปพร้อม ๆ กับคนอื่นอย่างคนที่มีตัวเองเป็นเพื่อน คุณก็จะมีคนอื่น ๆ เป็น “เพื่อนผู้ร่วมเดินทาง” กับคุณ ไม่ใช่ “คู่แข่ง” ของคุณ
ขอให้คุณยกจิตวิญญาณของคุณให้รู้ ตื่น และเบิกบานอยู่กับปัจจุบันขณะ
หายใจเข้า...รู้ว่าคุณจะเมตตาต่อตัวเอง
หายใจออก...รู้ว่าคุณกรุณาต่อคนอื่น
หายใจเข้าอีกครั้งหนึ่ง...ให้คุณรู้สึกชื่นชมยินดีในความดีความงามของคนอื่น
แล้วคุณจะปล่อยวางอย่างไม่หวั่นไหวในสิ่งที่กำลังเกิดกับชีวิตของคุณ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นปัญหาหรือไม่...อย่างไร หรือสิ่งนั้นจะเป็นปัญหาเล็กหรือใหญ่ประการใด เมื่อมีปัญหา...ถ้ามีปัญญา...ทุกอย่างแก้ไขได้ค่ะ ขอให้คุณมีพรหมวิหาร 4 ในการใช้ชีวิตนะคะ
รหมวิหาร แปลว่า ธรรมของพรหม หรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้คุณดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ อันประกอบไปด้วย
- เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
- กรุณา ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
- มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
- อุเบกขา การรู้จักวางเฉย
แต่ละข้อ...คุณทำได้เองทั้งนั้น
อย่าให้ “อิจฉา” เกิดก่อน “ปัญญา” รักษาทุนของชีวิต คือจิตที่ไม่ขุ่นมัวไว้ก่อน นั่นเป็นปัญญาของคุณ
