ความอดทนต่ำที่ทำให้ ประธาน สโมสรฟุตบอล เชลซี ต้องเสียเงินไปแล้ว 93 ล้าน

0
11
ความอดทนต่ำที่ทำให้-ประธาน-สโมสรฟุตบอล-เชลซี-ต้องเสียเงินไปแล้ว-93-ล้าน

เชลซี ถือเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือเยอะที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปเลย นับตั้งแต่ โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเป็นเจ้าของทีม ก็ไม่เคยมีโค้ชคนไหน อยู่กับพวกเขาได้เกิน 3 ปี ความอดทนต่ำที่ทำให้ ประธาน สโมสรฟุตบอล เชลซี ต้องเสียเงินไปแล้ว 93 ล้าน

ความอดทนต่ำที่ทำให้ ประธาน สโมสรฟุตบอล เชลซี ต้องเสียเงินไปแล้ว 93 ล้าน

ตั้งแต่ปี 2004 มาจนถึงปัจจุบัน ก็ผ่านพ้นมาแล้ว 15 ปี ทีมเปลี่ยนโค้ชกันไปทั้งสิ้น 13 ครั้ง ยังไม่รวม เรย์ วิลกิ้นส์ และ สตีฟ ฮอลแลนด์ ที่เข้ามารักษาการด้วย

ต้องบอกว่ามันเยอะมาก มากเกินไปจริงๆ บางคนประสบความสำเร็จในระดับสูงแล้วแท้ๆ ก็ยังมีการปลดออกอยู่ดี และส่วนใหญ่ ก็จะต้องจ่ายเงินชดเชยเพื่อยกเลิกสัญญา

ซึ่งมันอาจจะดูคนละไม่กี่ตัง แฟนบอลบอกไล่ไปเลย ค่าชดเชยของกุนซือคนๆ หนึ่งยังไม่เท่าซื้อนักเตะคนหนึ่ง แต่หารู้ไม่ว่ารวมๆ กันแล้ว “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องเสียเงินกับตรงนี้ไปถึง 92.9 ล้านปอนด์!!

นี่มันราคาเทียบเคียงนักเตะระดับท็อปของวงการคนหนึ่งเลยทีเดียว…

นับตั้งแต่ปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไปเมื่อปี 2004 พวกเขาเสียเงินยิบย่อยที่สนนราคา 6 ล้านปอนด์ หลังไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้ ซึ่งเอาจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่ “เสี่ยหมี” เข้ามาเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของ กุนซือชาวอิตาเลียนรายนี้ ก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการมาตั้งแต่แรก

ปี 2007 โชเซ่ มูรินโญ่

ที่พาทีมคว้าความสำเร็จกลับมาเป็นแชมป์ลีกในรอบ 50 ปี แต่ก็มีข่าวลือว่าเริ่มจะไม่ลงรอยกันระหว่าง “เฮียมู” กับ “เสี่ยหมี” สุดท้ายก็ทนไม่ไหว แม้ว่าตามที่เปิดเผย จะเป็นการแยกทางกันแบบ “ตกลงร่วมกัน” แต่ก็มีรายงานว่าทีมต้องเสียค่าชดเชยและค่าสตาฟฟ์ไปจนถึง 23.1 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว
โชเซ่-มูรินโญ่-เชลซี ความอดทนต่ำที่ทำให้ ประธาน สโมสรฟุตบอล เชลซี ต้องเสียเงินไปแล้ว 93 ล้าน
คนต่อมาก็ติดต่อกันทันที อัฟราม แกรนท์ หลังจากพาทีมไปได้ไกล แต่ไกลไม่สุด ได้ 3 รองแชมป์กับ เชลซี ทั้ง พรีเมียร์ลีก, ลีก คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เงิน 5.2 ล้านปอนด์ คือการแก้ไขปัญหา พร้อมแต่งตั้ง หลุยซ์ ฟิลิเป้ สโคลารี่ เข้ามารับช่วงต่อ

แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เดือนกุมภาพันธ์ปี 2009 ทีมก็ทำการปลดเทรนเนอร์ชาวบราซิเลียน ออกไป หลังเริ่มทำผลงานดิ่งลงเหว ทั้งๆ ที่ออกสตาร์ทได้ดี สุดท้ายก็แยกทางกันพร้อมยื่นเงินจำนวน 12.6 ล้านปอนด์ให้

อีกคนที่ถูกไล่ออกด้วยความไม่มีน้ำอดน้ำทนของผู้เป็นเจ้าของ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่ก้าวเข้ามาปีแรก ก็พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในทันที แต่พอซีซั่นถัดมาเขาไม่สามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้สำเร็จ ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง แบบไม่มองถึงความสำเร็จที่เคยทำมาให้เมื่อซีซั่นก่อนเลย
คาร์โล-อันเชล็อตติ-สิงห์บลู
สุดท้ายก็จ่ายเงินไป 6 ล้านปอนด์ เป็นค่าทำขวัญ

คนต่อไปคือ อันเดร วิลลาส-โบอาส ฉายา นิว มูรินโญ่ ถูกแต่งตั้งมาได้ 9 เดือน สถานการณ์ก็คล้ายๆ กับกุนซือคนปัจจุบัน คือทีมยังได้ลุ้นท็อปโฟร์, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ แต่สุดท้ายก็รับเงิน 12 ล้านปอนด์ กลับบ้าน

โบอาส ถือเป็นผู้รับเคราะห์ จากการที่สโมสร ยังไม่ลืมความทรงจำในช่วงที่ยังมี โชเซ่ มูรินโญ่ และ อันเชล็อตติ ทำให้พวกเขาตั้งความหวังกับเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกส เอาไว้สูงเกินไปมาก

โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ให้กับทีมได้สำเร็จ เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่กลับไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอะไรมากนักเลย แม้พอหลังจากได้ชูถ้วย บิ๊กเอียร์ เจ้าตัวก็ได้สัญญาถาวรกับทีม แต่พอเริ่มซีซั่นใหม่ไปได้เพียง 3 เดือนก็ถูกไล่ออก จ่ายเงินค่าชดเชยไป 10.7 ล้านปอนด์
โรแบร์โต้-ดิ-มัตเตโอ-แชมป์-ยูฟ่า-แชมเปี้ยนส์-ลีก
โชเซ่ มูรินโญ่ ในรอบที่สอง หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ด้วยสไตล์ “รถบัส” ก็ถูกไล่ออกในปีต่อมา หลังพาทีมผลงานย่ำแย่สุดๆ อยู่ครึ่งล่างของตารางแบบที่ไม่เคยเกิดกับทีมมาก่อน มีแต้มเหนือโซนตกชั้นอยู่เพียงคะแนนเดียว สุดท้ายก็ทนไม่ไหวและไล่ออกไปในเดือนธันวาคม 2015 ค่าชดเชย 8.3 ล้านปอนด์ (รวมทีมงาน)

เค้าว่ากันว่าเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ทีมฟอร์มตกแบบนั้น เป็นเพราะนักเตะในทีมไม่ชอบใจกับการกระทำของเขา ที่ไปด่า หมอ เอวา การ์เนโร ผลงานเลยกราวรูดตั้งแต่นัดที่ 2 ของฤดูกาล

อันโตนิโอ คอนเต้

พาทีมคว้าแชมป์ด้วยแผนการเล่น 3-4-3 ได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ เก็บชัยชนะไปถึง 30 นัด แพ้เพียง 5 เกม

ในปีต่อมา ปัญหามากมายเริ่มรุมเร้า ตั้งแต่ขาย ดีเอโก้ คอสต้า ออกจากทีม ผลงานเกมบุกที่ดูอันตรายในซีซั่นแรกก็ลดประสิทธิภาพลง สุดท้ายทีมจบอันดับที่ 5 ของตาราง ไม่ได้แชมป์ลีก แต่ก็ยังปิดท้ายด้วยการคว้าถ้วย เอฟเอ คัพ อีกหนึ่งรายการ

แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่เพียงพอกับพี่แกหรอก สุดท้ายด้วยปัญหาต่างๆ มีข่าวลืออีกว่าเจ้าตัวเริ่มไม่ถูกกับ “เสี่ยหมี” ด้วย ก็เลยโดนไล่ออกไปด้วยค่าชดเชย 9 ล้านปอนด์
อันโตนิโอ-คอนเต้-ดิเอโก้-คอสต้า
นั่นคือธรรมเนียมปฏิบัติของ เชลซี ไปแล้ว นับตั้งแต่ชายที่ชื่อ อบราโมวิช เป็นเจ้าของ ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในรูปแบบแชมป์บอลถ้วย มันไม่เพียงพอเลยกับการได้ทำงานต่อไปกับสโมสรนี้

และเช่นเดียวกันว่า แชมป์ลีก ถ้าได้ในปีหนึ่งแล้ว ไม่สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ ก็มีโอกาสจะโดนเด้งเช่นกัน

เมาริซิโอ ซาร์รี่

มาจนถึงตรงนี้ จะไม่แปลกใจเท่าไหร่ ถ้าต่อจากนี้จะมีข่าวว่า เชลซี ทำการปลด เมาริซิโอ ซาร์รี่ แม้ว่าจะได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปาลีก หรือไม่ ยิ่งถ้าในตลาดกุนซือรอบนี้ มีโค้ชหลายคนที่กำลังว่างงาน โดยเฉพาะการประกาศอำลา ยูเวนตุส ของ แม็กซ์ อัลเลกรี
เมาริซิโอ-ซาร์รี่-อบราโมวิช
แต่ปัจจุบันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก มันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว ด้วยมาตรฐานผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหาก เชลซี เปลี่ยนแปลงหัวหน้าโค้ชไปแล้ว จะยังสามารถคว้าความสำเร็จแบบ “ทันที” ได้หรือไม่

แชมป์ฟาสต์ฟู้ด มันอาจจะเป็นไปไม่ได้แล้วกับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็เป็นได้

ก็ไม่รู้ว่าสุดท้าย “สิงโตน้ำเงินคราม” ที่มีเจ้าของทีมชาวรัสเซีย ผู้เปลี่ยนกุนซือเป็นว่าเล่น จะต้องเปลี่ยนแปลงทีมอีกสักแค่ไหน จนกว่าจะไปถึงความสำเร็จนั้น

กุนซืออาจจะหมดโลกไปเลยหรือเปล่า แล้วถ้าเปลี่ยนมาไม่ได้แชมป์ ก็จะต้องเปลี่ยนต่อไปเรื่อยๆ อีกหรือไม่ และจะต้องจ่ายเงินค่าชดเชยไปอีกสักกี่ล้านปอนด์

เข้าใจว่า เชลซี เป็นทีมใหญ่ ที่ต้องการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยฟุตบอลปัจจุบันที่มันมีการแข่งขันกันสูงขึ้น แต่ขณะที่แชมป์ ก็ยังมีแค่รายการละทีมเหมือนเดิม การจะไปถึงโทรฟี่ มันก็ต้องยากขึ้นเป็นธรรมดา ก็ไม่รู้ว่าเจ้าของทีมจะคิดถึงตรงนี้บ้างหรือไม่

เอาจริงๆ แล้วถ้าเกิด เชลซี อดทนกับกุนซือบางคน หรือลองให้โอกาสคนๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก่อนหน้านี้ทำงานไปเรื่อยๆ พวกเขาอาจจะประสบความสำเร็จแบบต่อเนื่องก็ได้ อาจจะไม่ทุกๆ ซีซั่น แต่ก็ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนหน้าตาของผู้นำทีมกันแบบนี้ก็เป็นได้
แฟรงค์-แลมพาร์ด
บางทีจุดเปลี่ยนนั้น อาจจะเป็นการแต่งตั้งอดีตนักเตะที่เป็นตำนานของสโมสร เข้ามากุมบังเหียน ก็เป็นได้


พวกเขาเสียโอกาสอะไรดีๆ ไปด้วยเช่นกัน ความอดทนต่ำที่ทำให้ ประธาน สโมสรฟุตบอล เชลซี ต้องเสียเงินไปแล้ว 93 ล้าน ไม่รู้ว่าวัฏจักรนี้ของ เชลซี จะจบลงเมื่อไหร่ ติดตามข่าว ดอร์ทมุนด์ สโมสรที่ไม่เคยขาดนักเตะดีๆ หรือ สถิติบอล อื่นๆติดตามได้ทาง : www.lisathailand.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here